Board-Forum-Diary

   
 


 

 

Home

Board-Forum-Diary

Administrator

ASP

Business Manage

Computer Basic

Computer Hardware

Computer Software

Computer Tip

Computer Virus

Contact

Database

Firefox

Gallery

Game

HI5 ME!

Link

Project Demo

System Analysis

Website

Food & Drink

SkyDrive

MS-word

MS-excel

Mobile

Drug

Clock

Car & Motorcycle

Download

 


     
 



เลือกประเภท-อ่านหัวข้อที่ท่านสนใจ

Board Forum Diary - ราคา

You are here:
Board Forum Diary => General Business => ราคา

<-Back

 1 

Continue->


fiatja
(151 posts so far)
08/08/2008 5:04am (UTC)[quote]
เมื่อมีการเอ่ยถึงคำว่า “ ราคา” จะมีกลุ่มบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 ฝ่ายที่สำคัญคือผู้ซื้อกับผู้ขาย และบุคคลทั้งสองฝ่ายนี้ย่อมที่จะมีความคิดเห็นที่ตรงกันได้ยากเพราะฝ่ายผู้ซื้อย่อมต้องการซื้อสินค้าราคาถูก ในขณะที่ผู้ขายต้องการขายสินค้าในราคาที่ค่อนข้างสูง เพื่อทำกำไรให้ได้ตามที่ตนเองปรารถนา ดังนั้น “ราคา” จึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความกังวลใจ ความลังเลใจให้แก่บุคคลทั้งสองฝ่ายได้เป็นอย่างมาก

ถ้าผู้ขายตั้งราคาไว้สูงเกินไป ก็ย่อมจะส่งผลทำให้ปริมาณการขายได้น้อย อาจทำให้เกิดผล ขาดทุนและอาจต้องเลิกผลิตและขายสินค้านั้น ๆ ไปเลยก็ได้ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ขายขาดความระมัดระวังตั้งราคาขายไว้ต่ำเกินไป อาจขายสินค้าได้ปริมาณที่มากจริงแต่ก็อาจเกิดผลขาดทุนได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า “ราคา” เป็นสิ่งที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่งสำหรับผลลัพธ์ทางการตลาด และโดยเฉพาะผู้ขาย ในการตั้งราคาขายของสินค้า ควรที่จะต้องคำนึงถึงประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนในการตั้งราคา

- การคำนวณหาต้นทุนของสินค้าเพื่อตั้งราคา

- กลยุทธ์การตลาดด้านราคาขายในรูปแบบต่าง ๆ

- ขั้นตอนในการตั้งราคา

- กำหนดวัตถุประสงค์ในการตั้งราคาให้ชัดเจน

กิจการจะต้องเลือกและกำหนดวัตถุประสงค์ในการตั้งราคาให้ชัดเจนเพื่อที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบโดย

ทั่วกัน วัตถุประสงค์นี้จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายด้านการตลาดด้วย วัตถุประสงค์อาจแบ่งได้ 3 ด้าน คือ

1.ต้องการกำไรสูงสุด ต้องคำนึงว่ากำไรไม่ได้ขึ้นกับราคาอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับปริมาณขาย และต้นทุนที่

จะเกิดขึ้นต้องการรายได้สูงสุด รายได้จากการขายขึ้นกับราคาและปริมาณการขาย โดยทั่วไปเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ปริมาณการขายจะลดลง เมื่อราคาลดลงปริมาณขายจะสูงขึ้นด้วย

ต้องการส่วนครองตลาดสูงสุด ถ้าต้องการส่วนครองตลาดมากขึ้น ต้องลดราคาสินค้าลงเนื่องจากการลด

ราคานั้น จะทำให้บริษัทมีปริมาณขายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ส่วนครองตลาดสูงขึ้นด้วย

สำรวจหรือคาดคะเนปริมาณความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้า ณ ระดับราคาต่าง ๆเทคนิคที่ใช้ในการ

คาดคะเนมีวิธีดังนี้

1. สำรวจความตั้งใจของผู้ซื้อ วิธีนี้จะออกแบบสอบถามตามความตั้งใจของผู้ซื้อที่เป็นเป้าหมาย

2. รวบรวมความคิดเห็นของพนักงานขาย โดยสอบถามจากพนักงานขาย การทดสอบตลาด เป็นวิธีนำสินค้าจำนวนหนึ่งออกทดลองจำหน่ายในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของตลาด เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับ ราคา ปริมาณขายและข้อมูลทางการตลาดอื่น ๆ

3. การวิเคราะห์อนุกรมเวลา วิธีนี้เป็นการคาดคะเนความต้องการซื้อในอนาคตโดยอาศัยข้อมูลในอดีต และพิจารณาจากความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงของยอดขายการวิเคราะห์ความต้องการซื้อในเชิงสถิติ เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างยอดขาย กับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อยอดขายโดยอาศัยข้อมูลในอดีต

การคาดคะเนต้นทุน ต้องตั้งราคาให้ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต้นทุนในการจำหน่าย ต้นทุนในการส่งเสริมการขาย รวมทั้งผลกำไรที่ต้องการ

การวิเคราะห์ราคา และผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน ต้องศึกษาถึงราคาและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งในแต่ละราย

การเลือกวิธีการตั้งราคา มี 4 หลักเกณฑ์ด้วยกันคือ

1. วิธีตั้งราคาโดยมุ่งที่ต้นทุน ต้นทุนประกอบด้วยต้นทุนคงที่รวมกับต้นทุนผันแปรรวม แล้วบวกกำไรที

ต้องการ

2. วิธีตั้งราคาโดยม่งที่ต้นทุน ต้นทุนประกอบด้วย 3 ชนิด คือ ดีมานด์ต่อราคา ดีมานด์ต่อรายได้ และ

ดีมานด์ต่อราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง

3. วิธีการตั้งราคาโดยประยุกต์ใช้จุดคุ้มทุนหมายถึง ปริมาณการผลิตปริมาณการขาย ที่มีผลทำให้รายได้

ทั้งสิ้นเท่ากับต้นทุนทั้งสินพอดี และ ณ ระดับนี้ กิจการจะไม่มีกำไรหรือขาดทุน

4. วิธีการตั้งราคาโดยมุ่งที่การแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงราคา ต้องกำหนดว่าใครเป็นคู่แข่งขันของเรา

ศึกษากลยุทธ์ของคู่แข่งขัน และประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของคู่แข่งขัน

การคำนวณหาต้นทุนของสินค้าเพื่อตั้งราคา

โดยปกติในการตั้งราคาขายของสินค้ามักจะใช้สูตรโดยทั่ว ๆ ไปดังนี้

ราคาขาย = ต้นทุนผลิตผันแปร + ต้นทุนผลิตคงที่ + กำไรขั้นต้นที่พึงปรารถนา

ต้นทุนผันแปร ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าคอมมิชชั่น ต้นทุนของสินค้าสำเร็จรูป

ต้นทุนคงที่ เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ไม่ว่าจะผลิตจำนวนเท่าใดก็ตาม ภายในระยะเวลาหนึ่ง ณ ระดับการผลิตหนึ่งได้แก่ ค่าที่ดิน โรงงาน ค่าเช่า ค่าประกัน เงินเดือนพนักงาน

กลยุทธ์การตลาดด้านราคาขายในรูปแบบต่าง ๆ รูปแบบของกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้มีหลายวิธีดังนี้

- กลยุทธ์ของการขายควบเป็นการนำเอาสินค้าหลักที่ต้องการจะขึ้นราคามาขายรวมปนไปกับ

สินค้ารอง หรือสินค้าอื่น ๆ ทั้งนี้เป็นการยึดหลักความเป็นเหตุเป็นผลโดยให้ลูกค้าเริ่มดูซับความรู้สึกทีดีกว่า ในราคาขายที่สูงขึ้นแบบมีเหตุผล

- กลยุทธ์ของการเพิ่มคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้าเป็นการใช้เทคนิคแบบมีเหตุผลเช่นกัน ภายใต้แนวคิดที่ว่า ราคาขายของสินค้าที่เพิ่มขึ้น จะต้องสูงกว่าต้นทุนของสินค้าที่เพิ่มขึ้น (จากการเพิ่มคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้า ) ตัวอย่างเช่น เดิมทีสินค้านั้น ๆ เวลาจะใช้ต้องบีบ หรือ กด ก็เปลี่ยนเป็นใช้หัวสเปรย์เป็นตัวฉีดเป็นต้น

- กลยุทธ์ด้านปรับปรุงหีบห่อ หรือภาชนะบรรจุปัจจุบันผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับสินค้าที่มีภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อ ที่สวย ๆ งาม ๆ และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ในการซื้อหรือไม่ซื้อ ดังนั้นการปรับราคาจึงจำเป็นต้องไปเล่นที่ตัวหีบห่อภาชนะบรรจุ

- กลยุทธ์การปรับราคาขายโดยผ่านมิติการเพิ่มคุณภาพในการให้บริการหลังการขายที่ดีขึ้นเป็นการเอาบริการหลังการขายมาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความพึงพอใจของลูกค้าหลังการขายที่เพิ่มขึ้นกับการปรับราคาขายของสินค้า

อาจกล่าวได้ว่า “ราคา” มีผลต่อความอยู่รอดของกิจการ เนื่องจากราคาเป็นตัวกำหนดปริมาณความต้องการซื้อสินค้าของลูกค้าในกิจการ การตั้งราคาที่เหมาะสมจะทำให้ขายสินค้าได้มาก เป็นผลทำให้เกิดรายได้สูงและมีผลกำไรมากขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้กิจการดำรงอยู่ได้




Total topics: 116
Total posts: 151
Total users: 2

 
 

Total, there have been 149274 visitors (352626 hits) on this page!